อ้วน น้ำหนัก - การลดน้ำหนักแบบใช้ EBM หลักฐานที่ว่าไม่มีอาหารเสริมใดๆ ในโลกนี้ที่ช่วยลดความอ้วน
อ้วน EBM ( Evidence Based Medicine ) คือหลักฐานที่แพทย์นำมาใช้ในการตัดสินใจในการรักษาผู้ป่วยครับ ซึ่งการรักษาทางการแพทย์เกือบทั้งหมด ก่อนที่จะนำมาเขียนเป็นตำรา ล้วนอ้างอิงมาจาก EBM ทั้งสิ้น
สมมุติว่าในการรักษาโรคกระเพาะอาหาร ก็มีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างยา A กับ ยา B ว่ายาชนิดใดให้ผลลัพธ์ของการรักษาดีกว่ากันครับ
อ้วน ทีนี้บทความนี้จะยาวมาก แต่ผมจะติดอาวุธลับที่ไม่มีที่ใดสอนให้คุณ นั่นคือวิธีการค้นหางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าผมเอาข้อมูลมาจากที่ใด ที่บอกว่า " ไม่มีอาหารเสริมใดๆ ในโลกนี้ที่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างถาวร "
ก่อนอื่นผมแนะนำเวบไซด์ PubMed.gov ซึ่งเป็นเวบไซด์ที่เป็นบริการของหอสมุดแห่งชาติสหรัฐ ในนี้จะเป็นศูนย์กลางที่รวบรวมงานวิจัยมาจากที่ต่างๆ ครับ

อ้วน ภายในเว็บไซต์จะมีช่อง Seach ให้เราใส่ Keyword ครับ
สมมติว่าเราอยากรู้ว่า " L-Carnitine ช่วยคนอ้วนลดน้ำหนักได้หรือไม่ "
ก็ให้เราพิมพ์ " L-Carnitine " AND " weight loss " ลงไปในคำค้นดังรูป

อ้วน ก็จะเห็นรายชื่องานวิจัยมากมายครับ แต่ต้องเลือกนะครับว่าเป็นงานวิจัยนั้นเป็นอย่างไร
เพราะงานวิจัยบางข้อก็เป็นงานวิจัยที่ทำในหลอดทดลอง บางงานวิจัยก็เป็นงานวิจัยที่ทำในแมว บางงานวิจัยที่ทำในหนู ซึ่งเราคงไม่ได้อยากรู้ว่า L-Carnitine ลดน้ำหนักในหนูหรือในแมวได้หรือไม่ ถ้าคุณอยากรู้ว่า L-Carnitine ช่วยลดน้ำหนักได้ในมนุษย์หรือไม่ คุณต้องหางานวิจัยที่ทำในมนุษย์ครับ

อ้วน และผมก็เจองานวิจัยข้อที่ 17 ซึ่งเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวกับ L-Carnitine ในผู้หญิงที่อ้วน ( ซึ่งอาจช่วยตอบคำถามที่ว่า L-Carnitine ช่วยลดน้ำหนักในมนุษย์ได้จริงหรือไม่ )

ทีนี้เราก็มาอ่านดูกัน

L-Carnitine ( ย่อว่า L-C ) ทำหน้าที่ในการขนส่งกรดไขมันไปในไมโตคอนเดรีย เพื่อการเผาผลาญพลังงานได้ถูกนำมาใช้ในการตลาดในฐานะอาหารเสริมลดน้ำหนัก ในการทดลองได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของ L-C ในผู้หญิงอ้วน 36 ราย ทุกคนจะได้รับการวัดดัชนีมวลกาย และแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มโดยการสุ่มเป็นกลุ่มละ 18 คน หลังจากนั้นกลุ่มที่ได้รับ L-C โดยการรับประทาน 2 กรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ในขณะที่กลุ่มได้รับยาหลอก ( อาจเป็นเม็ดแป้ง เพื่อให้ผู้ที่ถูกทดลองทราบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มใด เป็นการป้องกันอคติระหว่างงานวิจัยครับ ) ทุกคนจะได้เดินออกกำลังกายเป็นระยะเวลา 30 นาที ให้มีความหนักหน่วงที่อัตราการบีบตัวของหัวใจ 60 ถึง 70% 4 วันต่อสัปดาห์ ก่อนและหลังการทดลองจะวัดอัตราการเผาผลาญขณะพัก พบว่าหลักการทดสอบไม่พบความแตกต่างทั้งในด้านดัชนีมวลกาย ปริมาณไขมัน และการเผาผลาญไขมันระหว่าง 2 กลุ่ม ในกลุ่มที่ได้รับ L-C จะมีผลข้างเคียงคลื่นไส้อาเจียน 5 ราย จนทำให้ไม่สามารถทำการทดลองต่อได้ ( เนื่องจากทนผลข้างเคียงไม่ไหว ) ดังนั้นจึงเป็นที่น่าสงสัยว่า L-C ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ
อ้วน ถึงตอนนี้ก็คงจะทราบแล้วใช่ไหมครับว่า L-Carnitine แม้จะใช้มากถึงวันละ 4 กรัม แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ลดความอ้วนได้หรอกครับ ดังนั้นอาหารเสริมลดน้ำหนักส่วนใหญ่ที่ใช้ 0.3 กรัม 0.5 กรัมบ้าง 1.5 กรัมบ้าง ลดน้ำหนักไม่ได้อย่างแน่นอนครับ
อีกสักตัวอย่างก็แล้วกันครับ " สารสกัดจากผลส้มแขกกับการลดน้ำหนัก "
ผมใส่ Keyword ลงไปว่า " garcinia cambogia " AND " weight loss " ( garcinia cambogia เป็นชื่อภาษาอังกฤษของส้มแขกครับ )

อ้วน แล้วผมก็พบการวิจัยที่ทำในมนุษย์อยู่ข้อที่ 19

เมื่อคลิ้กเข้าไปก็จะได้ดังรูปข้างล่าง

สารสกัดจากผลส้มแขก ( Hydroxycitric acid หรือ HCA ) จะยับยั้งเอนไซม์อะดีโนซีนไทรฟอสเฟตซิเตรต ซึ่งยับยั้งการสร้างไขมัน โดยที่อ้างว่าจะช่วยลดไขมันในมนุษย์ จุดมุ่งหมายของการทดลอง เพื่อประเมินประสิทธิผลของการลดไขมันในมนุษย์ การออกแบบการทดลองโดยทำการทดลองเป็นระยะ 12 สัปดาห์โดยการสุ่มและปกปิด ในผู้ป่วยของสถาบันวิจัยที่ต้องการควบคุมลดน้ำหนักทั้งชายและหญิงที่มีดัชนีมวลกายประมาณ 32 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ผู้ป่วยจะได้รับการสุ่มในการได้สารสกัดจากผลส้มแขก 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน ที่เหลือจะได้รับยาหลอก ( เพื่อปกปิดไม่ให้ผู้ถูกทดลองทราบความแตกต่าง ) ทั้งสองกลุ่มจะได้รับการควบคุมอาหารและรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ และชั่งน้ำหนัก วัดปริมาณไขมันทั้งก่อนและหลังการทดลอง ผลลัพธ์ จากผู้ป่วยจำนวน 135 รายจะได้รับการสุ่มเพื่อรับสารสกัดจากผลส้มแขก 66 ราย และยาหลอก 69 ราย และผู้ป่วยสามารถได้รับการติดตามจนเสร็จการทดลองเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์จำนวน 42 รายในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากผลส้มแขกและ 42 ราย ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มลดน้ำหนักได้ระหว่าง 12 สัปดาห์ แต่ว่าไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากผลส้มแขก กับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ดังนั้นกล่าวโดยสรุป สารสกัดจากผลส้มแขกไม่ช่วยในการลดน้ำหนัก
อ้วน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเพียงแค่การควบคุมอาหารและการรับประทานใยอาหาร คุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้สารสกัดจากผลส้มแขกครับ
สิ่งที่ผมย้ำเสมอเวลาหางานวิจัยต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในมนุษย์เท่านั้นครับ เพราะคุณต้องการทราบว่าอาหารเสริม.... นี้ช่วยในการลดน้ำหนักในมนุษย์ได้หรือไม่ คงไม่มีประโยชน์ถ้าคุณไปหางานวิจัยที่ทำในหนู ในแมว หรือในสุนัขครับ เพราะไม่สามารถตอบคำถามที่ว่าช่วยลดน้ำหนักในมนุษย์ได้หรือไม่
ทำไมต้องใช้ยาหลอกในการทำการทดลอง?
เป็นการควบคุมตัวแปรในการวิจัยครับ เพื่อให้ปัจจัยอื่นๆ นอกจากการได้รับ หรือไม่ได้รับสารสกัดจากผลส้มแขกมีผลต่อการลดน้ำหนัก
อ้วน เพราะบางครั้งอาจมีเรื่องเกี่ยวกับความรับรู้และความรู้สึกของผู้ถูกทดลองร่วมด้วย เช่น สมมุติว่าผู้ถูกทดลองเข้าร่วมงานวิจัยนี้ แล้วทราบว่าตนเองไม่ได้รับสารสกัดจากผลส้มแขก อาจจะเกิดความรู้สึกว่าเข้าร่วมไปทำไม หรือไม่ได้จริงจังที่จะทำตามโปรแกรม ท้ายที่สุดก็อาจลดน้ำหนักไม่ได้เพราะไม่ทำตามโปรแกรมควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ไม่ใช่เพราะไม่ได้รับสารสกัดจากผลส้มแขก
ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ต้องใช้ยาหลอกเพื่อควบคุมเรื่องของความตั้งใจและความร่วมมือของผู้ถูกทดลองให้เหมือนๆ กันทั้งสองกลุ่มครับ ดังนั้นในการทำการทดลองเรื่องเกี่ยวกับยาและสารต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายต้องเปรียบเทียบกัยยาหลอกเสมอ
อ้วน เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ : ปิติ นิยมศิริวนิช แหล่งข้อมูลที่มากกว่าและเชื่อถือได้ในเรื่องวิธีการลดน้ำหนักส่วนเกิน คุณสามารถอ่านและรับบทความใหม่ๆ ทาง email ทุก 2 สัปดาห์ได้ที่ ThaiFitTips.com คลิก!